ทำไมต้องให้สารอาหารสายยางผ่านทางหลอดเลือดดำการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ (Parenteral Nutrition หรือ PN) เป็นวิธีการรักษาที่แพทย์จะเลือกใช้เมื่อ "ระบบทางเดินอาหารทำงานล้มเหลว" หรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติครับ
โดยปกติร่างกายเราจะใช้ระบบทางเดินอาหารเป็นปราการด่านแรก แต่ถ้าปราการนี้พังลง สารอาหารทางหลอดเลือดดำจะเป็นช่องทางเดียวที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยไว้ได้
ทำไมต้องข้ามระบบทางเดินอาหารมาให้ทางเลือด?
สาเหตุหลักๆ แบ่งออกเป็น 4 กรณีสำคัญ ดังนี้ครับ:
1. ระบบทางเดินอาหารล้มเหลว (Gut Failure)
เมื่อลำไส้ไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมสารอาหารได้เลย หากให้ทางสายยาง (ลงกระเพาะ) อาหารก็จะค้างอยู่แบบนั้นและเน่าเสีย หรือทำให้เกิดการสำลักได้ เช่น:
ลำไส้อุดตัน (Intestinal Obstruction): มีก้อนเนื้อหรือพังผืดขวางทางเดินอาหาร
ลำไส้ขาดเลือด (Mesenteric Ischemia): เลือดไม่ไปเลี้ยงลำไส้ ทำให้ลำไส้ไม่ทำงาน
ภาวะลำไส้สั้น (Short Bowel Syndrome): ผู้ป่วยที่ถูกตัดลำไส้ออกไปปริมาณมาก จนเหลือพื้นที่ดูดซึมไม่พอเลี้ยงร่างกาย
2. ต้องการให้ระบบทางเดินอาหาร "หยุดพัก" (Bowel Rest)
ในบางโรค การกินอาหารจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการอักเสบรุนแรงขึ้น แพทย์จึงต้องให้สารอาหารทางเลือดเพื่อให้ลำไส้ได้พักและสมานตัว:
ตับอ่อนอักเสบรุนแรง (Severe Pancreatitis): การกินอาหารจะกระตุ้นการหลั่งเอนไซม์ย่อยอาหารที่มาย่อยเนื้อเยื่อตับอ่อนเอง
มีรูรั่วในทางเดินอาหาร (Fistula): หากให้อาหารทางสายยาง อาหารจะไหลรั่วออกไปนอกระบบทางเดินอาหาร ก่อให้เกิดการติดเชื้อในช่องท้อง
3. การดูดซึมไม่เพียงพอ (Malabsorption)
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงแบบไม่หยุด (Severe Diarrhea) หรืออาเจียนไม่หยุด ร่างกายจะขับอาหารออกมาหมดก่อนที่จะได้ดูดซึม การให้ทางหลอดเลือดจะช่วยส่งสารอาหารเข้าสู่เซลล์โดยตรงโดยไม่ต้องรอการย่อย
4. เตรียมตัวก่อนผ่าตัดหรือพักฟื้นหลังผ่าตัดใหญ่
ผู้ป่วยที่ขาดสารอาหารรุนแรงและต้องเข้ารับการผ่าตัดทางเดินอาหาร ซึ่งไม่สามารถกินอาหารได้นานหลายวัน แพทย์จะใช้ PN เพื่อพยุงร่างกายไม่ให้ทรุดหนัก
วิธีการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ
เนื่องจากสารอาหารเหลวเหล่านี้มีความเข้มข้นสูงมาก แพทย์จะพิจารณาช่องทางการให้ 2 แบบ:
ทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย (PPN): ให้ทางแขน เหมือนการให้น้ำเกลือปกติ (ใช้ระยะสั้น ไม่เกิน 2 สัปดาห์)
ทางหลอดเลือดดำส่วนกลาง (TPN): ต้องเจาะเข้าหลอดเลือดใหญ่ใกล้หัวใจ (Central Line) เพราะสารอาหารมีความเข้มข้นสูงเกินกว่าที่เส้นเลือดฝอยจะรับได้
ข้อสรุป: ข้อดี vs ข้อเสีย
ข้อดี ข้อเสีย / ข้อควรระวัง
ช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ลำไส้ใช้การไม่ได้ เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด (ผ่านรูเข็ม/สาย)
ร่างกายได้รับสารอาหาร 100% ทันที ราคาสูงกว่าอาหารสายยางมาก
ไม่ต้องกังวลเรื่องการสำลักอาหาร ต้องเจาะเลือดตรวจน้ำตาลและเกลือแร่ทุกวัน
สรุปสั้นๆ คือ แพทย์จะเลือกวิธีนี้เป็น "ทางเลือกสุดท้าย" เมื่อการให้ทางสายยางปกติ (Enteral) ทำไม่ได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและรักษาความแข็งแรงของลำไส้ไว้นั่นเองครับ